
15 กุมภาพันธ์ 1998 กระทรวงพาณิชย์ของอินเดียประกาศยื่นเรื่องต่อสำนักงานสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกาให้ถอนสิทธิบัตรดังกล่าวของไรซ์เทค
5 มีนาคม 1998 Research Foundation for Science, Technology and Ecology ยื่นคำร้องต่อศาลสูงอินเดียให้เพื่อให้รัฐบาลอินเดียต่อสู้เรื่องนี้ทั้งในศาลของสหรัฐและยื่นคำร้องต่อองค์การค้าโลก และให้นำข้อตกลงเกี่ยวกับสิทธิของชุมชนท้องถิ่นในอนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพเข้ามาต่อรองกับสหรัฐอเมริกา
3 เมษายน 1998 ชาวนาอินเดียและองค์กรอื่นอีก 17 องค์กรเดินขบวนในนิวเดลฮีเพื่อประท้วงบริษัทไรซ์เทค รัฐบาลสหรัฐ และเรียกร้องให้รัฐบาลอินเดียดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจังยิ่งขึ้น
อินเดียส่งออกข้าวบัสมาติ 400,000 - 500,000 ตันต่อปี ข้าวบัสมาติส่วนใหญ่ส่งออกไปขายในประเทศตะวันออกกลาง และยุโรป เพียง 10 % เท่านั้นที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา
ที่อังกฤษ รัฐบาลอังกฤษร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวอินเดีย(All Indian Rice Exporters Assoc)เจรจายอมความกับไรซ์เทค โดยไรซ์เทคยินยอมที่จะไม่ใช่ชื่อบัสมาติในคำโฆษณาและผลิตภัณฑ์ใดๆของบริษัทในอีก 5 ปีข้างหน้า และอินเดียยอมที่จะชดใช้ค่าใช้จ่ายในศาลและชดเชยค่าเพคเกจจิ้งซึ่งไรซ์เทคเตรียมไว้สำหรับการทำตลาดในอังกฤษ
จิม สไตรกี้ (Jim Strikey) นักปรับปรุงพันธุ์ของบริษัทอ้างว่าข้าว JASMATI ไม่ได้ใช้พันธุ์ข้าวหอมมะลิของไทยมาผสม ฐานพันธุกรรมของข้าวพันธุ์นี้มาจากพันธุ์ Della ซึ่งพัฒนามาจากข้าวพื้นเมืองที่ชื่อ Delitus ของอิตาลีอีกทอดหนึ่ง ทั้งยังกล่าวหาว่าข้าวหอมมะลิและข้าวพันธุ์อื่นๆของไทยขโมยพันธุกรรมมาจากมาดากัสการ์
ขณะนี้ไรซ์เทคกำลังปรับปรุงข้าวหอมมะลิของไทยเช่นเดียวกันเนื่องจากความต้องการข้าวหอมมะลิของไทยมีสูงมากในอเมริกาและตลาดในเอเชีย เมื่อปีที่แล้ว (1997) ประเทศไทยส่งออกข้าวหอมมะลิประมาณ 250,000 ตันไปยังสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ความต้องการข้าวหอมมะลิจากประเทศจีนนั้นอาจสูงถึง 5 ล้านตันต่อปี
ไรซ์เทคกำลังร่วมมือกับ Hunan Hybrid Rice Research Center ในประเทศจีนเพื่อผลิตพันธุ์ข้าวลูกผสมสำหรับขาย และปลูกในจีนและประเทศอื่นๆ
จีนได้ติดต่อขอเช่าพื้นที่และลงทุนการผลิตข้าวหอมมะลิในประเทศไทย และขณะนี้กำลังดำเนินโครงการนำร่องอยูที่ภาคอีสาน