
การขยายตัวรุนแรงของวิกฤตการเมืองภายในประเทศส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารในหลายมิติ ตั้งแต่ระดับนโนบายรัฐ รูปแบบการประกอบอาชีพเกษตรกรรม กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการกำหนดนโยบายประชานิยมที่หวังผลระยะสั้น
กระนั้นพลังการตรวจสอบและถ่วงดุล (check and balance) ของภาคประชาสังคมก็ยังคงดำรงอยู่ได้ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทนที่ประชาชนสามารถเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้อง ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยุตินโยบายและโครงการต่างๆ ที่ผิดพลาดผ่านกลไกในรัฐสภาและท้องถนน
ทว่าปัจจุบันสถานการณ์การเมืองการปกครองกลับสร้างความอ่อนแอแก่ภาคประชาสังคมโดยรวมเมื่อพลังการตรวจสอบและถ่วงดุลของประชาชนถูกจำกัดจากการห้ามเคลื่อนไหวทวงถามเพื่อพิทักษ์สิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยที่สุดท้ายจะเกิดผลกระทบรุนแรงต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทยที่จะตกอยู่ในสภาวะเปราะบางอย่างมากจากการกำหนดนโยบายและโครงการต่างๆ บนฐานอำนาจรัฎฐาธิปัตย์ (sovereign) ของคณะรัฐประหารที่ตัดขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน
การประชุมนี้จึงมุ่งนำเสนอเวทีสาธารณะเพื่อนำเสนอทางเลือก/ทางรอดของระบบเกษตรกรรมและอาหาร ดังเช่นเวที 1) การกำหนดนโยบายข้าวซึ่งเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของเกษตรกรหลายล้านครัวเรือนและส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตผู้บริโภคที่ต้องการความเป็นธรรรมและยั่งยืนทางการบริหารจัดการมากกว่าจะเป็นแค่นโยบายหาเสียงแบบประชานิยมดังก่อนหรือเบ็ดเสร็จสำเร็จรูปจากกลุ่มผู้นำที่ขาดความโปร่งใสดังปัจจุบัน 2) การกำหนดท่าทีของรัฐกับบรรษัทอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารระดับชาติและข้ามชาติที่ต้องการความชัดเจนของแนวทางและรูปแบบความร่วมมือเชิงนโยบายที่จะต้องไม่เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) แก่กลุ่มนโยบายภายใต้อำนาจเด็ดขาดทางกฎหมาย หรือเอื้อประโยชน์แก่บรรษัทบนความสูญเสียของประชาชนคนเล็กคนน้อย และ 3) การกำหนดนโยบายรัฐรองรับการเปิดประตูประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ที่ต้องรอบคอบ แทนที่จะมุ่งแต่ประโยชน์เศรษฐกิจจนละเลยมิติสังคม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหารของกลุ่มเปราะบางทางสังคมที่มักถูกละเมิดเนืองนิตย์
วันที่ / เวลา |
กิจกรรม |
||
|---|---|---|---|
|
|||
|
08.00 - 09.00 น. 09.00 - 09.20 น.
|
ลงทะเบียน ชมวีดีทัศน์เรื่อง ‘กินเปลี่ยนโลก’ |
||
|
09.20 - 10.10 น. |
การรายงานสถานการณ์และการคาดการณ์ผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร 1) สถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารภายใต้บริบท AEC และ FTA โดย กรรณิการ์ กิจติเวชกุล ผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) 2) วิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของกลุ่มเปราะบางทางสังคม (ภาคเมือง) โดย อรุณี ศรีโต ประธานเครือข่ายบำนาญภาคประชาชน (คบช.)/ ผู้แทนแรงงานนอกระบบ 3) วิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของกลุ่มเปราะบางทางสังคม (ภาคชนบท) โดย อุบล อยู่หว้า ผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน 4) สถานการณ์ความไม่ปลอดภัยทางอาหารจากการปนเปื้อนของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดย ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) 5) ความมั่นคงทางอาหารในสถานการณ์การขยายพื้นที่เพาะปลูกยางพารา โดย รศ.ดร.สมบูรณ์ เจริญจิระตระกูล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ |
||
|
10.10 - 10.30 |
การกล่าวปาฐกถาเรื่อง ‘ความมั่นคงทางอาหาร: โอกาสในวิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจ’ โดย วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (BioThai) |
||
|
10.30 - 12.30 น. |
การปฏิรูประบบเกษตรกรรมและอาหาร 1) ข้อเสนอของสภาพัฒน์เพื่อการพัฒนาระบบเกษตรกรรมที่เข้มแข็งและยั่งยืน โดย ลดาวัลย์ คำภา รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) 2) การปฏิรูปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในสถานการณ์ปฏิรูปการเมือง โดย รศ.บำเพ็ญ เขียวหวาน สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 3) การปฏิรูประบบการจัดการสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและความปลอดภัยทางอาหาร โดย ผศ.ดร.นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 4) การปฏิรูปที่ดินเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม โดย ผศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 5) การปฏิรูปทรัพยากรน้ำเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม โดย ชูเกียรติ บุญมี นายกเทศมนตรีตำบลบางบาล อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา 6) การปฏิรูประบบสนับสนุนส่งเสริมการปฏิรูประบบเกษตร โดย วิฑูรย์ ปัญญากุล ประธานสหกรณ์กรีนเนท 7) ข้อเสนอเพื่อการควบคุมการผูกขาดของบรรษัทเกษตรอุตสาหกรรม โดย กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (BioThai) ดำเนินการอภิปรายโดย ดร.กฤษฎา บุญชัย นักวิชาการอิสระ |
||
|
12.30 - 13.30 น. |
พัก/ อาหารกลางวัน |
||
|
13.30 - 16.30 น. |
ห้องที่ 1: นโยบายการผลิตและการตลาดข้าวที่ยั่งยืน อภิปรายโดย - เสน่ห์ วิชัยวงษ์ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ - รศ.ดร.สมพร อิศวิลานนท์ สถาบันคลังสมองของชาติ - ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) - ประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย - วิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย - ดาวเรือง พืชผล ชาวนาเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ดำเนินการอภิปรายโดย รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
|
ห้องที่ 2: การผลิตและการตลาดข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 1) การตลาดข้าวชาวนา โดย ศจินทร์ ประชาสันติ์ นักวิชาการอิสระ 2) การบริหารโรงสีชุมชนและตลาดข้าวนครสวรรค์ โดย นพดล มั่นศักดิ์ มูลนิธิการจัดการความรู้และเครือข่ายโรงเรียนชาวนา จ.นครสวรรค์ 3) ตลาดข้าวอินทรีย์ โดย ส้มป่อย จันทร์แสง สหกรณ์เกษตรอินทรีย์กองทุนข้าวสุรินทร์ จ.สุรินทร์ 4) เกษตรแบ่งปัน: มิติใหม่สำหรับคนปลูก-คนกิน โดย กรรณิการ์ รัตนปรีดากุล 5) เครือข่ายความสัมพันธ์เกษตรกร-ผู้บริโภค โดย นภนีรา รักษาสุข โครงการผูกปิ่นโตข้าว
ดำเนินการอภิปรายโดย สุภา ใยเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) |
|
|
|||
|
08.00 - 09.00 น. |
ลงทะเบียน |
||
|
09.00 - 12.00 น. |
ห้องที่ 1: ข้อเสนอการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงทางอาหารในระดับพื้นที่ 1) ยุทธศาสตร์จังหวัดด้านเกษตรกรรมยั่งยืนและความมั่นคงทางอาหาร โดย อุบล อยู่หว้า จ.ยโสธร สามารถ สะกวี จ.สงขลา ดร.ชมชวน บุญระหงษ์ วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 2) เมืองเกษตรสีเขียว (Green Agriculture City) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย บุบผา ภู่ละออ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ดำเนินการอภิปรายโดย ทัศนีย์ วีระกันต์ ผู้จัดการโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนสู่อาหารเพื่อสุขภาวะ |
ห้องที่ 2: การจับตาบทบาทบรรษัทในการผูกขาดและควบคุมระบบอาหารในภูมิภาคอาเซียน 1) การลงทุนภาคการเกษตรในภูมิภาคอาเซียนของบรรษัทอุตสาหกรรมเกษตร/โมเดิร์นเทรด และระบบการกระจายอาหาร โดย Ms.Kartini Samon Researcher, GRAIN, Asia 2) การคุ้มครองผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียน โดย รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) 3) บทบาทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ในระบบเกษตรกรรมและอาหาร โดย กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (BioThai) ดำเนินการอภิปรายโดย กรรณิการ์ กิจติเวชกุล ผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch)
|
|
|
12.30 - 13.30 น. |
พัก/ อาหารกลางวัน |
||